บทความสุขภาพ » ผิวบอบบางแพ้ง่าย...ระวังภัยเครื่องประดับ

ผิวพรรณทั่วไป » ผิวบอบบางแพ้ง่าย...ระวังภัยเครื่องประดับ
ผิวบอบบางแพ้ง่าย...ระวังภัยเครื่องประดับ

     ผิวแพ้ง่าย คือ ผิวที่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้นจากภายนอก โดยมักแสดงออกบริเวณหน้า มีผื่นแดง คัน แสบ หรือมีสิวเทียมเกิดขึ้นด้วย ซึ่งพบได้ในผิวทุกชนิด แต่ที่พบบ่อยคือ คนที่มีผิวแห้ง และคนที่ผิวแห้งหน้ามัน (Seborrhea skin) สาเหตุที่ทำให้ผิวแพ้ง่ายมีหลายปัจจัยด้วยกัน บางคนอาจเกิดจากพันธุกรรม การที่ผิวมีการสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ หรือบางคนอาจเกิดจากการที่ไขมันเคลือบปกป้องผิวตามธรรมชาติทำงานผิดปกติไป ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ทำให้ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า (Stratum Corneum) ลดความสามารถในการต้านทานสารระคายเคืองที่มาสัมผัสผิว เมื่อสารระคายเคืองมาสัมผัสกับผิวแล้วจึงเกิดปฏิกริยาไวต่อสารนั้นมากกว่าปกติ


     ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาด้วยอาการผื่นแพ้สัมผัสมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโรคที่พบมากที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้น ผื่นผิวหนังอักเสบจากการแพ้เครื่องประดับ ซึ่งเครื่องประดับที่พบว่ามีการแพ้ได้บ่อย คือ นิกเกิล, โครเมียม, ปรอท, ทองแดง แต่ตัวเอกที่มีบทบาทเด่นกว่าใครเห็นจะเป็นโลหะนิกเกิล (Nickel) ซึ่งพบว่าเป็นสาเหตุของการแพ้มากที่สุด

     นิกเกิลถูกนำมาใช้ผสมอยู่ในเครื่องประดับหลายชนิด เพื่อเพิ่มความแข็งและให้ลักษณะมันวาวกับเครื่องประดับนั้นๆ เช่น แหวน ต่างหูนาฬิกา สร้อยคอ หน้าปัดโทรศัพท์มือถือ ยาทาเล็บ ซิป โครงเสื้อยกทรงหัวเข็มขัดกระดุมที่เป็นโลหะ กรอบแว่นตา ที่ดัดขนตา เป็นต้น ซึ่งการแพ้เครื่องประดับดังกล่าวจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย อาจมาจากผู้หญิงนิยมใส่เครื่องประดับมากกว่าผู้ชาย และผู้หญิงมักมีผิวที่บอบบางกว่านั่นเอง


     ส่วนมากอาการของผู้ป่วยที่เกิดการแพ้เครื่องประดับประเภทนิกเกิล โลหะต่างๆ นั้นจะเกิดอาการแพ้แบบ Cell Mediated Immune Response คือ เมื่อสัมผัสสารนั้นที่ผิวหนังจะเกิดการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ขึ้น การสัมผัสสารในครั้งแรกอาจจะยังไม่มีอาการ แต่เมื่อสัมผัสซ้ำอีกระบบภูมิต้านทานที่ถูกกระตุ้นแล้วจะทำให้เกิดผื่นแพ้สัมผัสแบบ Eczema ได้ ซึ่งระยะกระตุ้น คือ ระยะตั้งแต่ได้รับสารก่อภูมิแพ้ครั้งแรก จนกระทั่งถูกกระตุ้นเต็มที่ใช้เวลาประมาณ 7-10 วันและระยะเกิดปฏิกิริยา คือ ระยะที่ได้รับสารก่อภูมิแพ้อีกครั้ง จนกระทั่งเกิดอาการแพ้ที่ผิวหนัง มีระยะเวลาประมาณ 48-72 ชม.

     อาการของการแพ้เครื่องประดับเริ่มตั้งแต่การที่ผิวหนังเป็นผื่นแดงคัน และเมื่อบริเวณที่สัมผัสสารนั้นแผ่กระจายออกไปอาการคันจะยิ่งมากขึ้นถ้าเกาก็จะยิ่งทำให้เป็นผื่นลุกลามออกไป บางรายอาจมีตุ่มนูนแดง หรือตุ่มน้ำพองใส ถ้าอยู่ในระยะเรื้อรังผิวหนังบริเวณนั้นจะมีสีคล้ำ หนาตัว และนูนแข็งผู้ป่วยจะเกิดอาการแพ้ในบริเวณต่างๆ ซึ่งจะพบบ่อยในบริเวณติ่งหู เนื่องจากแพ้เครื่องประดับต่างหู, บริเวณข้างแก้ม หน้าหู เกิดจากการแพ้อุปกรณ์โทรศัพท์, บริเวณข้อมือ เกิดจากการแพ้เครื่องประดับกำไลข้อมือ นาฬิกาข้อมือ, บริเวณกลางหลังหรือระหว่างอก เกิดจากการแพ้ตะขอชุดชั้นใน เป็นต้น ซึ่งกรณีที่เกิดการแพ้มากผื่นอาจลามไปทั่วตัวได้

     นอกจากนี้สภาวะสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันก็ทำให้เกิดผิวแพ้ง่ายได้เช่นกัน อาทิ ภาวะโลกร้อน มลภาวะต่างๆ และการใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวหรือครีมหน้าขาวที่มีส่วนผสมไม่ได้มาตรฐาน จากสถิติของแพนคลินิกสาขาชลบุรี มีผู้ป่วยมารักษาด้วยอาการผื่นแพ้สารสัมผัสเครื่องประดับประมาณ 5-10% ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับปัญหาผิวด้านอื่นๆ

วิธีการป้องกันดูแลผิวไม่ให้เกิดการแพ้ง่าย เกี่ยวกับเครื่องประดับ

1. หลีกเลียงการสวมเครื่องประดับ ในวันที่ต้องทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก หรืออากาศร้อนๆ เพราะเหงื่อจะทำให้สารนิกเกิลละลายออกมาได้มากขึ้น
2. เลือกเครื่องประดับที่ทำจากโลหะชนิดอื่นเพื่อลดความเสี่ยงเช่น ทอง, เงิน, พลาสติก, ทองเหลือง หรือเครื่องประดับที่มีป้าย Nickel free
3. หลีกเลี่ยงการสวมใส่เครื่องประดับที่มีความเสี่ยงในการแพ้เพราะเครื่องประดับบางชนิดอาจไม่มีอาการแพ้ในช่วงแรก แต่เมื่อใช้ไปสักพักเมื่อสารที่ชุบลอกออกก็จะทำให้เกิดอาการแพ้ได้
4. ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทหอย, กุ้ง, ถั่ว, กะหล่ำปลี, ต้นหอม,ผักกาด, นมถั่วเหลือง, ข้าวฟ่าง, ข้าวโอ๊ต, และขนมปังที่ทำจากข้าวชนิดดังกล่าว ผลไม้ เช่น ราสเบอรี่, สับปะรด, ลูกพรุน, อัลมอนด์,ช็อกโกแลต เป็นต้น
5. หากต้องใช้เครื่องประดับที่มีความเสี่ยงในการแพ้ ให้ใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติ Nickel block เพื่อให้ผิวสามารถทนต่อการสัมผัสสารนิกเกิลได้นานขึ้น

     ทั้งนี้ผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายไม่ว่าจะเนื่องมาจากสาเหตุพันธุกรรมหรือการแพ้นิกเกิล, โครเมียม, ปรอท, ทองแดงที่อยู่ในเครื่องประดับ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม สารกันบูด ซึ่งจะเหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายและให้ความปลอดภัยต่อทุกสภาพผิว และควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวหนังมีความทนทานต่อการสัมผัสสารนิกเกิลอย่างยาวนาน หรือการทำทรีทเม้นท์ที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย โดยใช้คุณสมบัติเด่นด้วยสารสกัดจากสาหร่ายทะเลน้ำลึกมาช่วยในการรักษาผิวอักเสบ ช่วยพื้นฟู บำรุงผิวให้แข็งแรง ขาวสดใสขึ้น ใครที่มีปัญหาเรื่องนี้สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังได้โดยตรง เพื่อความสวยใสและปลอดภัยของผิวคุณ


ขอขอบคุณ นิตยาสารเพื่อนแพนฉบับที่ Vol.28 No.183 ISSUE 4/2554

 

จำนวนเข้าชม 1446 ครั้ง | หมวด ผิวพรรณทั่วไป | บทความโดย : Callcenter | เมื่อ : 22 February 2018, 15:49:21