กลับไปหน้าหลัก >>ภาวะลิ่มเลือดกระจายทั่วไปในหลอดเลือด (Disseminated intravascular clotting, DIC)
ภาวะลิ่มเลือดกระจายทั่วไปในหลอดเลือด:

TAG : เกร็ดเลือดต่ำ, การติดเชื้อ, ลิ่มเลือด, หลอดเลือด
Share

[ อ่าน Tips & Trick : Health and Beauty เรื่องอื่น ๆ ]

ภาวะลิ่มเลือดกระจายทั่วไปในหลอดเลือด:

          ภาวะลิ่มเลือดกระจายทั่วไปในหลอดเลือด (Disseminated intravascular clotting, DIC) ทำให้เกิดพยาธิสภาพที่รุนแรง 2 ประการคือ ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานผิดปกติ และมีเลือดออกรุนแรง  โดยมีการวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการดังนี้
                  1.  มีเกร็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia)
                  2.  Screening coagulogram (PTT, PT, TT) นานกว่าปกติ
                  3.  มี Fibrin degradation product (FDP) เกิดขึ้น

          สาเหตุของ DIC เกิดจากโรคและภาวะต่างๆ ได้แก่
                  1.  การติดเชื้อ  เช่น Meningococcus, เชื้อแกรมลบชนิดต่างๆ, เชื้อมาลาเรีย 
                  2.  ภาวะที่ทำให้มี tissue thromboplastin เข้าสู่กระแสเลือด เช่น
                             2.1 ภาวะรกลอกตัวก่อนเวลา (Abruptio placentae), ทารกเสียชีวิตในครรภ์Amniotic fluid embolism
                             2.2 พิษงู เช่น งูแมวเซา (Russell viper), งูกะปะ (Malayan pit viper) และงูเขียวหางไหม้ (Green pit viper)
                             2.3 การผ่าตัดบางอย่าง เช่น ปอด ต่อมลูกหมาก ตับอ่อน
                             2.4 การกระทบกระแทก หรือการฉีกขาดที่รุนแรงของเนื้อเยื่อ
                             2.5 ภาวะมะเร็งแพร่กระจาย
                  3. ภาวะต่างๆ ที่เกิดปฏิกิริยาแอนติเจน-แอนติบอดี ได้แก่ Anaphylactic shock, graft versus host reaction
                  4. ภาวะอื่นๆ  ได้แก่ Cavernous hemangioma, heat stroke, ภาวะขาดออกซิเจน (hypoxia)

          อาการและอาการแสดง  มีองค์ประกอบ 3 อย่าง (Triads) ได้แก่
                  1.  มีโรคหรือภาวะดั้งเดิม (Underlying disease) ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิด DIC
                  2.  มีภาวะการทำงานของอวัยวะหลายอวัยวะล้มเหลว (Multiple organ failure)
                  3.  มีอาการเลือดออกผิดปกติ

          บางรายมีอาการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง และมีอาการแสดงบางอย่าง ได้แก่
                  1.  Purpura fulminans (หรือ hemorrhage infarction) และการตายเฉพาะส่วน (necrosis) ของผิวหนัง
                  2.  Acrocyanosis  ลักษณะเย็นชืดตามปลายนิ้วมือ ใบหน้า ใบหู เป็นต้น
                  3.   Dissecting hematosis มีเลือดออกในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอย่างมาก
                  4.   Hemorrhagic blebs  มีผิวหนังเป็นเม็ดพอง น้ำเลือดอยู่ภายใน
                  5.   Ischemic ecchymosis

          ภาวะ DIC สามารถพบได้ในกรณีต่างๆ ดังนี้
                   1. Autoimmune disease    
                   2. ถูกไฟไหม้
                   3. มีการอักเสบ (inflammation)   
                   4. ลิวคีเมีย
                   5. โรคตับเฉียบพลัน    
                   6. โรคปอด
                   7. มะเร็งแพร่กระจาย (Metastatic malignancy) 
                   8. ภาวะโรคแทรกซ้อนทางสูติศาสตร์
                   9. มีอุปกรณ์เทียมในร่างกาย   
                  10. โรคหลอดเลือดในไต 
                  11. Septicemia     
                  12. ถูกงูกัด
                  13. เนื้อเยื่อถูกกระทบกระแทก   
                  14. มีการติดเชื้อไวรัสในเลือด

การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ
แต่เดิม ในปี ค.ศ. 1970  การทดสอบที่ใช้ในห้องปฏิบัติการโดยทั่วไปบางการทดสอบมีความไวต่ำ ดังนี้

Test

Sensitivity (%)

Platelet count

Fibrin monomer

Antithrombin III

Fibrin degradation product

Schistocyte

PT

TT

APTT

Fibrinogen < 100 mg/dl

96

79

75

75

88

68

65

53

43

          ต่อมาในปี ค.ศ. 1989  ได้มีการเสนอแนะให้ใช้การตรวจวัด FDP และ D-dimer เพิ่มขึ้น  D-dimer สามารถตรวจวัดได้โดยใช้ Latex agglutination และ Western blot ซึ่งเป็นวิธี Gold standard ส่วนการทดสอบ Fibrinogen จะมีความไวต่ำมาก เพราะผู้ป่วย DIC บางรายไม่พบว่ามีไฟบริโนเจนในเลือดต่ำลง แสดงได้จากค่าความไวและความจำเพาะของวิธีต่างๆ ดังนี้

Test

Sensitivity (%)

Specificity (%)

% Predictive value

Platelet (<150,000/ml)

73

48

66

Fibrinogen(<1,500 mg/l)

22

87

64

FDP (>10 mg/l)

100

56

70

D-dimer(>300 mg/l)

85

97

96

          ในปีค.ศ. 1992  ได้มีการศึกษาเพื่อยืนยันการนำ D-dimer และการเพิ่มขึ้นของระดับFibrinopeptide A (FP-A) ที่มากกว่า 90 mg/l  มาใช้ในการวินจฉัยผู้ป่วย DIC โดยมีการพบดังนี้

Patients

D-dimer>2000 mg/l

AT-III<95% of normal

DP-A > 90 mg/l

FDP >400 mg/l

DIC +ve

DVT*

DIC -ve

94%

30%

20%

88%

30%

6%

90%

10%

13%

84%

30%

40%

*DVT = Deep vein thrombosis

           ในยุคปัจจุบัน การทดสอบที่จะกระทำได้ มีดังนี้
           1.  Procoagulant activation  ได้แก่การทดสอบดังต่อไปนี้
                     1.1  การเพิ่มขึ้นของ prothrombin fragment 1+ 2 โดยใช้วิธี Fibrinopeptide A & B
                     1.2  การเพิ่มขึ้นของ Fibrinopeptide A & B โดยวิธี immunoassay
                     1.3  การเพิ่มขึ้นของ Thrombin antithrombin (TAT) complex โดยวิธี ELISA
                     1.4  การเพิ่มขึ้นของ soluble fibrin ทดสอบโดยวิธี chromogenic substrate
                     1.5   การลดลงของเกร็ดเลือด โดยการนับด้วยเครื่องอัตโนมัติ
           2.  Fibrinolytic activation ได้แก่
                     2.1   การเพิ่มขึ้นของ D-dimer  ใช้วิธี Latex agglutination
                     2.2   การเพิ่มขึ้นของ  FDP ใช้วิธี Latex agglutination
                     2.3   การเพิ่มขึ้นของ  Plasmin-2-antiplasmin (PAP) complex
                     2.4 การเพิ่มขึ้นของ  soluble fibrin โดยวิธี chromogenic substrate
           3.  Inhibitor consumption ได้แก่วิธี
                     3.1  การเพิ่มขึ้นของ TAT complex โดยวิธี ELISA
                     3.2  การเพิ่มขึ้นของ PAP complex โดยวิธี ELISA
                     3.3  การลดลงของ AT III โดยวิธี ELISA
                     3.4  การลดลงของ Alpha-2 antiplasmin โดยวิธีใช้เอนไซม์







บทสัมภาษณ์พิเศษ รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร ประธานกรรมการบริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ผู้ริเริ่มนำแนวความคิด G Protein ตัวรับ “รหัสสัญญาณ(Code)”...(American Board of Dermatology) มาเป็นแนวทางในการรักษาผิว
<อ่านทั้งหมด>


TAG : G Protein , Code , American Board of Dermatology
แพนคลินิก ใช้หลักการ G-Protein ในโปรแกรม Holistic Homeostasis คงดุลยภาพของเซลล์ สวยสดใส แลดูอ่อนกว่าวัยแบบองค์รวม ห่างไกลโรค อย่างยาวนาน
<อ่านทั้งหมด>


TAG : Pan Clinic, G-Protein, Holistic Homeostasis, ดุลยภาพ
G-protein–coupled receptors
<อ่านทั้งหมด>


TAG : G-protein–coupled receptors, Brian K. Kobilka, Robert J. Lefkowitz, Nobel Prize in Chemistry 2012
G-Protein Coupled Receptors Animation
<อ่านทั้งหมด>


TAG : G-Protein
ดูแลผิวโดยไม่ต้องรักษาจากรหัสสัญญาณสู่ จี-โปรตีน (FROM CODE TO G-PROTEIN)
<อ่านทั้งหมด>


โดย : นพ.พรเลิศ ตรีทศเดช

TAG : จี-โปรตีน, G-PROTEIN, รหัสสัญญาณ, รางวัลโนเบล, Robert J.Lefkowitz, Brian Kobilka
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.panclinic.com : Call-Center 0-2793-9999
  © 2010 Pan Rajdhevee Group Public Co.,Ltd. All Rights Reserved
webmasters@panclinic.com