กลับไปหน้าหลัก >>ฝ้า
ฝ้า…เส้นเลือด มหันตภัยร้ายทำลายผิวสวย

TAG : ฝ้าเส้นเลือด , ทำลายผิว, เกิดฝ้า, ฝ้าเกิดจาก
Share

[ อ่าน Tips & Trick : Health and Beauty เรื่องอื่น ๆ ]

ฝ้า…เส้นเลือด
มหันตภัยร้ายทำลายผิวสวย

ผู้หญิงไทยหลายท่านพออายุย่างเข้าสู่วัย 30 ปี ก็มักจะมีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำดำกว่าเดิม ถ้าผิวคล้ำเฉยๆ คงไม่เป็นไรนะคะ แต่ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านแสงแดดมา 20-30 ปี จะทำหน้านวลผ่องเป็นยองใยเหมือนกับผิวทารกก็คงจะเป็นไปไม่ได้ แต่บางครั้งผิวหน้าไม่ได้หมองเฉยๆ หากแต่มีจุดดำที่เรียกว่า กระ และฝ้า เกิดตามมาซึ่งเป็นปัญหาที่น่าหนักใจเพราะจะรักษาให้หายขาดสนิทนั้นทำได้ยาก

เมื่อพูดถึงฝ้า...ปื้นสีน้ำตาลที่เกิดขึ้นบนใบหน้า โดยเฉพาะบนโหนกแก้มหน้าผาก จมูก หรือเหนือริมฝีปากแล้ว คงต้องไม่ต้องสรรหาถ้อยคำใดมาบรรยายว่ามันทำลายความมั่นใจของคุณผู้หญิงขนาดไหน

ฝ้าเกิดจาก...เรื่อง “ฝ้า” เป็นเรื่องที่คุณผู้หญิงต้องหันมาใส่ใจพอพอกับสิวแล้วหรือยัง? วันนี้เรามี คุณหมอกนกวรรณ จันทอุปฬี แพทย์ที่ปรึกษาด้านความงามของแพนคลินิกสาขาขอนแก่น มาให้ความรู้และวิธีรับมือกับหน้าหมองที่เกิดจากฝ้าค่ะ

“ปัจจุบันหมอเห็นว่าฝ้าเป็นเรื่องที่ต้องระวังมากขึ้น เพราะจากสถิติมีผู้เข้ารับการรักษาฝ้ามีจำนวนเพิ่มขึ้น เราจะเห็นว่าตามท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์เพื่อหน้าขาวมากมาย แต่ทำไมคนกลับเป็นฝ้ามากขึ้น และจากที่หมอทราบ ฝ้าได้พัฒนาสายพันธุ์จนเป็นผลทำให้คุณผู้หญิงเราเกิดฝ้าได้มากขึ้น และง่ายขึ้นเช่นกันค่ะ”

จากภาวะโลกร้อนและมลภาวะในปัจจุบัน ไม่เฉพาะแต่จะส่งผลต่อโบกแต่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงกับผิวของเรา เพราะการที่เราต้องโดนแสงแดดทุกวันไม่ว่าคุณผู้หญิงจะอยู่ในที่ร่มจึงส่งผลกับผิวทำให้เกิดฝ้า กระ และ จุดด่างดำได้ 

“ฝ้า" คือแผ่นสีดำของผิวหนัง เป็นจุดๆ กระจายทั่วไป บริเวณโหนกแก้ม เหนือริมฝีปาก เหนือคิ้ว เป็นบริเวณที่พบบ่อย การเกิดฝ้ามีสาเหตุมาจากเสียสมดุลของการสร้างเมลานินในผิวหนังเซลล์สร้างสีเกิดความผิดปกติสังเคราะห์ melanosomes ออกมาไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณปรากฏลักษณะคล้ายการจับกลุ่มของสีผิวเป็นแผ่นสีน้ำตาล อาจเกิดจากเซลล์ที่มีการตอบสนองต่อแสงแดดซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการสร้างเม็ดสีไม่เท่ากัน หรือการสัมผัสแสงยูวีมากเกินไป จะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว และอาจเกิดจากการเสียสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนไป เช่น วัยหมดประจำเดือน การตั้งครรภ์ การกินยาคุมกำเนิด และการใช้เครื่องสำอาง
                    
ประเภทของฝ้าที่เราจะแบ่งได้ 3 ประเภท คือ
1. ฝ้าเมลานิน เป็นฝ้าที่เกิดจากแสงแดดทำลายชั้นผิว มักจะเกิดบริเวณข้างแก้ม
2. ฝ้าเส้นเลือด มักจะเกิดบริเวณโหนกแก้ม
3. ฝ้าผสมเมลานินและฝ้าเส้นเลือด

“สำหรับฝ้าเส้นเลือดในปัจจุบันมีการเกิดสูงขึ้นถึง 90% ส่วนฝ้าเมลานินเกิดขึ้นแค่ 10% ฝ้าเส้นเลือดในที่นี้ที่หมอจะกล่าวถึงเป็น "ฝ้าสายพันธุ์ใหม่" ที่เกิดจากการรบกวนผิว มลภาวะ และการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของสารที่ไปกระตุ้นการเกิดฝ้า พวก Whitening ซึ่งบางครั้งผู้บริโภคที่ซื้อเป็นเพราะโฆษณาชวนเชื่อและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คนไข้ที่มารักษากับหมอ ส่วนใหญ่ตอนนี้เป็นฝ้าที่เกิดจากการรบกวนผิวดังกล่าว “ฝ้าเส้นเลือด” เกิดจากเส้นเลือดบริเวณใบหน้าเสียสภาพไม่สามารถกักเก็บเลือดได้ ทำให้เลือดซึมออกมาใต้ผิวหนัง เป็นรอยแดงคล้ายเส้นเลือด ซึ่งสีของฝ้าเส้นเลือดสามารถเปลี่ยนได้ตามอุณหภูมิการแสดงอารมณ์โดยในตอนเช้าสีจะออกชมพู แต่เมื่อเวลาโดนแดดจัดสีจะคล้ำจนเป็นสีดำ นอกจากนี้ผิวหนังจะมีความรู้สึกไว แสบง่าย ส่วนมากมักจะเกิดกับคนที่มีลักษณะของเซลล์ที่มีความผิดปกติหรือแตกตัวผิดปกติ เช่น คนที่มีผิว T-Aone คนที่เป็นรังแค กลุ่มนี้เป็นกลุ่มผิวแพ้ง่าย”

"การปลดฝ้า" เพื่อผิวหน้าขาวใส และป้องกันการกลับมาเยือนของฝ้า อย่างแรกคือ ต้องทราบสาเหตุของการเกิดฝ้า เพราะแต่ละคนมีสาเหตุต่างกัน การรักษาที่ถูกวิธีต้องรักษาที่ต้นเหตุ ซึ่งในอดีตการรักษาฝ้าจะเน้นที่การยับยั้ง การรักษาที่ถูกวิธีต้องรักษาที่ต้นเหตุ ซึ่งในอดีตการรักษาฝ้าจะเน้นที่การยับยั้ง หรือกดเซลล์ กล่าวคือ การใช้ยาเพื่อไปยับยั้งการทำงานของเมลานิน ซึ่งถ้าหยุดใช้ยา ฝ้าก็สามารถกลับมาเยือนได้อีก และท่านก็ต้องใช้ยาอีก จึงดูเหมือนเป็นวงจรที่ไม่รู้จักจบ

“แนวทางการรักษาฝ้าที่ถูกต้อง คือ การระงับ จากที่หมอกล่าวไปข้างต้นถึงโครงการสร้างการทำงานของผิว ฮอร์โมนทำให้เซลล์สร้างสีเสียดุลการสร้างสีผิวนั่นเอง แต่บางครั้งการควบคุมฮอร์โมนเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ดังนั้น จึงต้องขจัดที่กระบวนการสร้างสีผิว วิธีการที่ถูกต้องนั่นควรเลือกใช้สารที่สามารถหยุดหรือระงับการสร้างเมลานิลโดยไม่ทำให้เซลล์สร้างสีตาย เพราะถ้าใช้สารทำลายเซลล์สร้างสีแล้ว ร่างกายจะขาดทหารสำคัญในการป้องกันผิวหนังจากแดดเผา แต่ด้วยวิวัฒนาการและนวัตกรรมในการรักษาฝ้า ทำให้การรักษฝ้าในปัจจุบันไม่ใช่การยับยั้ง แต่จะไประงับการทำงานของเซลล์เมลานิลสร้างเม็ดสีที่ทำให้ฝ้า ซึ่งเป็นการระงับที่ต้นเหตุ ทำให้เซลล์มีโอกาสฟื้นฟู และแข็งแรงมากขึ้น เรื่องฝ้าไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ ถ้าเกิดฝ้าแล้วการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่รักษาฝ้า ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะว่าแพทย์จะทำการวินิจฉัยสาเหตุของการเกิดฝ้าเพื่อการรักษาที่ต้นเหตุและตรงจุดค่ะ อย่าเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่วางขายตามท้องตลาด เพราะฝ้าจะไม่หายแล้วแต่จะเพิ่มรอยดำให้ท่านอีก อย่างนี้เครียดกว่าเก่าอีกค่ะ”

สำหรับกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดฝ้า แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ด้วยกัน
1. กลุ่มคนผิวขาว แต่อย่างไรก็ตามคนที่มีผิวเข้มทั้งหญิงและชาย ก็มีสิทธิเป็นได้เช่นกัน







บทสัมภาษณ์พิเศษ รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร ประธานกรรมการบริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ผู้ริเริ่มนำแนวความคิด G Protein ตัวรับ “รหัสสัญญาณ(Code)”...(American Board of Dermatology) มาเป็นแนวทางในการรักษาผิว
<อ่านทั้งหมด>


TAG : G Protein , Code , American Board of Dermatology
แพนคลินิก ใช้หลักการ G-Protein ในโปรแกรม Holistic Homeostasis คงดุลยภาพของเซลล์ สวยสดใส แลดูอ่อนกว่าวัยแบบองค์รวม ห่างไกลโรค อย่างยาวนาน
<อ่านทั้งหมด>


TAG : Pan Clinic, G-Protein, Holistic Homeostasis, ดุลยภาพ
G-protein–coupled receptors
<อ่านทั้งหมด>


TAG : G-protein–coupled receptors, Brian K. Kobilka, Robert J. Lefkowitz, Nobel Prize in Chemistry 2012
G-Protein Coupled Receptors Animation
<อ่านทั้งหมด>


TAG : G-Protein
ดูแลผิวโดยไม่ต้องรักษาจากรหัสสัญญาณสู่ จี-โปรตีน (FROM CODE TO G-PROTEIN)
<อ่านทั้งหมด>


โดย : นพ.พรเลิศ ตรีทศเดช

TAG : จี-โปรตีน, G-PROTEIN, รหัสสัญญาณ, รางวัลโนเบล, Robert J.Lefkowitz, Brian Kobilka
ด้วยความปรารถนาดีจาก www.panclinic.com : Call-Center 0-2793-9999
  © 2010 Pan Rajdhevee Group Public Co.,Ltd. All Rights Reserved
webmasters@panclinic.com